Author Archive

การสำรองไฟล์ในคอมพิวเตอร์ของคุณ

ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของคุณอาจสูญหายหรือเสียหายโดยที่คุณไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เด็กๆ อาจมาเล่นแป้นพิมพ์เหมือนกับการเล่นเปียโน กระแสไฟฟ้ากระชากหรือไม่มีกระแสไฟฟ้าเข้า ฟ้าแลบ น้ำท่วม การโจรกรรม หรือในบางครั้งเกิดจากเครื่องทำงานล้มเหลว การสำรองข้อมูลของคุณอย่างสม่ำเสมอ จึงช่วยให้คุณสามารถ***้คืนข้อมูลบางอย่าง ในกรณีที่ไม่สามารถ***้คืนข้อมูลมาทั้งหมดได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดกับข้อมูลต้นฉบับในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ โปรดอ่านรายละเอียดเพื่อศึกษาว่าข้อมูลใดบ้างที่คุณควรสำรองไว้ และบ่อยเพียงใด นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับสำหรับการเริ่มต้นใช้งาน
1. การเลือกไฟล์เพื่อสำรองข้อมูล
การตัดสินใจเกี่ยวกับประเภทของข้อมูลที่จะสำรองไว้เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล ดังนั้นจึงควรเริ่มต้นจากเอกสารส่วนบุคคล ข้อมูลที่คุณไม่สามารถเปลี่ยนแทนได้ง่ายควรอยู่ในรายการอันดับต้นๆ ของคุณ ร่างพินัยกรรม ข้อมูลธนาคาร (รวมถึงข้อมูลทางการเงินอื่นๆ) จดหมายรัก และโปรเจคส่วนบุคคล ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลที่ควรสำรองไว้อย่างสม่ำเสมอโดยคุณมีข้อจำกัดเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือ พื้นที่ว่างที่คุณมีอยู่ คุณยังมีตัวเลือกอื่นๆ อีก โดยรายละเอียดจะอยู่ในหัวข้อถัดไป

2. การสร้างตารางเวลาในการสำรองข้อมูล
ในบางกรณี คุณจะได้รับการแจ้งเตือนให้สำรองไฟล์ของคุณ เช่น เมื่อคุณติดตั้ง ปรับรุ่น หรือปรับปรุงซอฟต์แวร์ แต่คุณควรสำรองข้อมูลอื่นๆ ด้วยอย่างสม่ำเสมอและบ่อยๆ ในการกำหนด “ความถี่” ให้พิจารณาว่าคุณจะรู้สึกอย่างไร ถ้าคุณสูญเสียข้อมูลทุกอย่างที่คุณทำในคอมพิวเตอร์ของคุณวันนี้ หรืองานทั้งหมดที่คุณทำในสัปดาห์ก่อน หรือเดือนก่อน ถ้าเรื่องดังกล่าวไม่ทำให้คุณตื่นตกใจมากนัก คุณจะทราบว่าคุณควรสำรองข้อมูลบ่อยเพียงใด เคล็ดลับ: กำหนดเป็นวันที่ โดยเลือกวันใดวันหนึ่งของเดือนเพื่อสำรองข้อมูลในคอมพิวเตอร์ แล้วบันทึกไว้ในสมุดบันทึกวันที่ หรือปฏิทินของคุณเพื่อใช้เตือนคุณ

3. ควรใช้อะไรในการสำรองข้อมูล
คุณสามารถสำรองข้อมูลของคุณได้หลายวิธี วิธีการที่จะกล่าวถึงต่อไป คือ การใช้ที่เก็บข้อมูลภายนอก ซึ่งหมายถึงที่เก็บข้อมูลทุกประเภทที่ไม่ได้อยู่ในคอมพิวเตอร์ของคุณ โดยอาจเป็น***ร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ (เช่น ซีดีรอม) หรือบริการ ในการเลือกที่เก็บข้อมูลภายนอก คุณจะต้องพิจารณาถึงต้นทุน และความสะดวกในการใช้งาน โดยดูจากจำนวนข้อมูลที่คุณต้องการสำรองไว้
ใช้ซอฟต์แวร์สำรองข้อมูล
ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการเลือกวิธีการสำรองข้อมูลที่ซอฟต์แวร์สำรองข้อมูลสนับสนุน เลือกชุดซอฟต์แวร์สำรองข้อมูลที่มีตัวเลือกตารางเวลาและใช้ตัวเลือกนั้นในการกำหนดตารางเวลาสำหรับการสำรองข้อมูลโดยอัตโนมัติ ด้วยวิธีการดังกล่าว คุณไม่ต้องพึ่งพิงความจำของคุณเอง และคุณไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่หน้าเครื่อง ดังนั้นคุณสามารถเลือกเวลาที่คุณไม่ได้ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ในช่วงกลางคืนได้
เลือกรูปแบบการเก็บข้อมูล

แหล่งเก็บข้อมูลที่สะดวกที่สุดสำหรับการสำรองข้อมูลของคุณอาจเป็นภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเอง (ในกรณีที่มีพื้นที่ว่างเพียงพอ) ซึ่งดีกว่าไม่มีการสำรองข้อมูลไว้เลย แต่การสำรองข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถลดความเสี่ยงให้กับข้อมูลของคุณมากนัก ทางเลือกที่ดีที่สุดคือ การใช้ระบบการเก็บข้อมูลที่อยู่ภายนอกบ้าน หรือสำนักงานของคุณ โดยอาจพิจารณาใช้รูปแบบการเก็บข้อมูล

4. จะแน่ใจได้อย่างไรว่าข้อมูลสำรองของฉันจะยังคงอยู่เมื่อต้องการใช้
ถ่ายโอนข้อมูลจากบ้านหรือสำนักงานของคุณ วัตถุประสงค์โดยรวมของการสำรองข้อมูลของคุณเพื่อให้ข้อมูลของคุณยังคงอยู่เมื่อเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดกับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ คุณจึงควรถ่ายโอนข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ และเก็บไว้ในตู้นิรภัยที่กันไฟได้ โดยแยกไว้ในห้องอื่น หรือในบ้านหรือสำนักงานของผู้อื่น

จัดทำมากกว่าหนึ่งสำเนา วิธีนี้จะทำให้โอกาสที่คุณจะสูญเสียข้อมูลสำรองของคุณจากข้อผิดพลาดของอุปกรณ์หรือสื่อที่ใช้ในการเก็บข้อมูลมีน้อยลง คุณควรแยกเก็บข้อมูลที่สำรองไว้ 2 ที่ เพื่อที่ว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นในที่หนึ่ง คุณยังคงมีข้อมูลสำรองที่เก็บอยู่ในอีกที่หนึ่ง

จัดเก็บข้อมูลของคุณให้เป็นระเบียบ เมื่อเวลาผ่านไป (โดยเฉพาะเมื่อคุณได้ชำระค่าใช้จ่ายในการเก็บข้อมูล) คุณได้ชำระค่าใช้จ่ายในการจัดการข้อมูลด้วย ซึ่งหมายถึงการลบไฟล์เก่าๆ หรือการบีบอัดข้อมูลเพื่อใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูลน้อยลง โดยคุณสามารถรับซอฟต์แวร์การบีบอัดข้อมูลจากบริษัทต่างๆ เช่น Winzip หรือ Netzip จาก Real Networks ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

รหัสผ่านป้องกันข้อมูลของคุณ รูปแบบของสื่อบางประเภทมีคุณสมบัติการรักษาความปลอดภัย (เช่น การป้องกันด้วยรหัสผ่าน) โปรดพิจารณาถึงคุณสมบัตินี้ด้วยถ้าคุณต้องการสำรองข้อมูลส่วนบุคคลและ/หรือข้อมูลที่สำคัญ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญในกรณีที่คุณพกเครื่องแล็ปท็อปไว้กับคุณ

เคล็ดลับ: คุณควรจดรหัสผ่านของคุณ แล้วเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัย เช่น ตู้นิรภัยในบ้าน หรือตู้เก็บเอกสารที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ใช้เก็บพินัยกรรม และเอกสารส่วนบุคคลอื่นๆ ซึ่งจะทำให้คนที่คุณรักสามารถใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณได้ในกรณีที่คุณไม่สามารถทำได้

5. การเลือกวิธีการสำรองข้อมูล
หวังว่าคุณจะไม่จำเป็นต้องใช้ไฟล์ที่ได้สำรองไว้ แต่เมื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น คุณจะรู้สึกยินดีที่คุณได้สละเวลาเพื่อสำรองข้อมูลที่สำคัญของคุณ คุณสามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อเริ่มต้นสำรองข้อมูลของคุณวันนี้ รวมทั้งจัดทำตารางการสำรองข้อมูลที่เหมาะกับการใช้งานของคุณ คุณไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่คุณสามารถเพิ่มโอกาสในการ***้คืนข้อมูลของคุณเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

ข้อมูลจาก http://www.microsoft.com

วิธีการเลือก Server

Web server

คือโปรแกรมที่อยู่และทำงานบนเครื่องฝั่ง Server (Host) ทำหน้าที่ในการรับคำสั่งจากการร้องขอของฝั่ง Client (โดยผ่านทาง Browser) และประมวลผลการทำงานจากการร้องขอดังกล่าว แล้วส่งข้อมูลกลับไปยังเครื่องของ Client ที่ร้องขอ

สรุปง่ายๆ ก็คือ Web server คือโปรแกรมที่คอยให้บริการแก่ Client ที่ร้องขอข้อมูลเข้ามาโดยผ่าน Browser
เว็บที่เขียนด้วย ASP นั้นจะทำงานได้ก็จะต้องมี Web server เป็นตัว Run อีกทีหนึ่ง ดังนั้นถ้าเราต้องการให้เครื่องของเราสามารถ Run ASP ได้เราจะต้องจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราให้เป็น Server โดยใช้โปรแกรม Web Server ดังที่กล่าวข้างต้น
ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณใช้ Window 95,98 หรือ Win Me Web server ที่คุณต้องใช้คือ Personal Web Server (PWS) แต่ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณใช้ Window NT,Window 2000 หรือ XP Web Server ที่ใช้คือ Internet Information Server (IIS)

serverbased-f1

สำหรับขั้นตอนการติดตั้ง Web server นั้นจะนำเสนอในครั้งหน้าครับ

บทความจากเว็บไซต์ aspchapter.com

PC กับ Server ต่างกันตรงไหน

อันนี้ต้องบอกว่า PC นั้นไม่มี และ Server ประกอบก็ไม่มีเช่นกัน เทคโนโลยี่ Server นั้นก้าวไกลมาก ถึงขนาดที่ Server บางรุ่น สามารถบอกให้คุณได้รู้ล่วงหน้าด้วยซ้ำว่าอุปกรณ์กำลังจะเสีย เสียชิ้นไหน เสียตัวที่เท่าไร ลองนึกภาพ หากคุณใส่ Memory ไปทั้งหมด 8 แถว แล้วเกิด Memory เสีย สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ถอดออกทีละแถว แล้วรันดูว่าอันไหนเสีย แต่เทคโนโลยี่ Server บางยี่ห้อ สามารถกดปุ่มใน board แล้วขึ้นไฟบอกได้เลยว่า Memory แถวไหนเสีย หรือหาก Harddisk กำลังเสีย วิ่งด้วยความเร็วผิด Speed ก็จะแจ้งเตือนที่หน้าเครื่องว่ากำลังจะเสีย สิ่งนี้คุณจะไม่พบได้เลยใน PC หรือแม้กระทั้ง Server ประกอบ จริงๆแล้ว Mainboard เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานทั้งหมดของคอมพิวเตอร์ ชื่อก็บอกอยู่ล่ะว่า Main ถามต่อไปว่าต่างกันขนาดนั้น คงต่างกันที่สถาปัตยกรรม Board Server ถูกออกแบบมาให้รันได้ตลอด 24 ชม แต่ PC ไม่ใช่อย่างนั้น ส่วน Slot ต่างๆก็จะแตกต่างกัน Server โดยส่วนใหญ่จะ Onboard พวกการ์ดจอ และก็เช่นกัน มักไม่มี Sound Card ทั้งที่เพราะส่วนใหญ่นำ Server ไว้ share file รัน application เลยไม่ค่อยฟังเสียงกัน คนที่ใช้งาน multimedia มากๆมักจะใช้ workstation มากกว่า Server บความแตกต่างด้านราคานั้น ผมเคยซื้อตัวประกอบ Mainboard PC จะอยู่ที่ 1,500 – 3,000 แต่ถ้า Server ราคามักจะเริ่มต้นที่ 10,000 บาทสำหรับ Mainboard นี่คือพวก Server ประกอบนะครับ แต่เดี๋ยวนี้ Brand name ก็ถูกกว่าประกอบได้

Power Supply นั้นเป็นส่วนสำคัญ ป็นระบบจ่ายไฟของทั้งระบบ สำหรับตัวนี้นั้นสำหรับ Server ก็เช่นกัน ถูกออกแบบมาให้เปิดใช้งานได้ตลอด 24 ชม เท่าที่ผมเคยซื้อ มันตัวนึงก็ 5 พันกว่าบาทได้ นี่แบบถูกๆเลยนะ แต่เราจะเห็นว่า Power Supply PC มันลูกละ 150 บาทได้มั้ง เห็นว่ามันต่างกัน แล้วผมเคยมีประสบการณ์ บางคนใช้ PC แล้ว Power Supply ไหม้ ส่งผลถึงข้อมูลระบบ มันละลายลงไปโดน mainboard ทำให้ harddisk พังข้อมูลพัง จบเลยงานนี้ ดังนั้นท่านต้องคิดแล้วล่ะว่าข้อมูลท่านสำคัญมากน้อยแค่ไหน

อีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลย สำหรับ Server นั้นมีหลายรุ่นที่มี Reduntdant Power Supply นั้นคือ มันมี Power Supply 2 ตัวในเครื่องเดียว ป้องกัน Power Supply พัง แล้วยังเป็น Hot swap ด้วย นั้นคืออันไหนพังเราก็ดึงออกได้เลย โดยไม่ต้องปิดเครื่อง แล้วเสียบเข้าได้โดยไม่ต้องปิดเครื่องเช่นกัน ก็จะไม่มี Downtime เลยว่างั้น

CPU นั้นต่างกันแน่นอน แต่ก็มี CPU ที่ไม่ต่างกันคือพวก CPU ตระกูล Pentium ทั้งหลาย บน Server กับ PC นั้นไม่ต่างกัน แต่สำหรับ Server เองที่อยู่ในระดับสูงนิดนึงก็จะมี XEON Processor เป็น Server ที่สำหรับ Server ใส่ได้ตั้งแต่ 2 ตัว 4 ตัว 8 ตัว 16 ตัว แล้วแต่ Mainboard จะเห็นว่าหากคุณรันงานหนักๆ คงไม่มีทางที่จะเอา CPU Pentium เพียงตัวเดียวมาทำงาน งานบางงานระดับ Software House ก็ใช้ Server ตัวนึงเป็นล้านๆ แต่ถามว่าแม้เป็นล้าน มันก็ทำงานได้หลายล้านเช่นกัน สรุปคือ CPU มีจำนวนที่ใส่ได้มากกว่า แล้วสามารถรองรับ Application ที่รันหนักๆได้อย่างดี
บางคนอาจจะ โห มันต่างกันด้วยเหรอ ต่างครับ Server จะใช้ Memory ที่เรียกว่า ECC Memory จะเป็น Memory ที่มีระบบป้องกันการส่งข้อมูลผิดพลาด อีกทั้ง Memory สำหรับบางยี่ห้อที่เป็น Chipkll คือเป็นเหมือน Mirror Memory เลยทีเดียว คือ หากคุณมี Memory 4 แถว เกิดพังไป 1 แถว ถ้าเป็น PC รันไปถึง Memory ตัวนั้นก็คงแฮงไปเลย แต่ Server ไม่พังคับ ก็ยังรันต่อไปได้ โดยไม่มีสะดุด้หรือ Harddisk นั้นแหละ ทำไมต่างกันนั้นเหรอ สำหรับ PC เราคงรู้จัก IDE กัน แล้วก็เดี๋ยวนี้คงเป็น Serial ATA (SATA) มาแทน IDE แต่สำหรับ Server นั้นจะสามารถใช้งาน SCSI ได้ ซึ่งเป็น Harddisk ที่ดีที่สุด ณ ตอนนี้ แล้วยังมีเทคโนโลยี่ใหม่เรียกว่า SAS (แซด) ฟังดูเศร้าๆ แต่ก็เป็นเทคโนโลยี่ของ SCSI ใหม่ที่ทำให้ทำงานได้เร็วขึ้นไปอีก
RAID หลายคนอาจจะฟังแล้วไม่คุ้น บางคนก็คงคุ้นเคย ใน PC นั้นไม่มี RAID แน่นอนทำให้เลยไม่คุ้นสักเท่าไร แต่ใน Server นั้น RAID มีความสำคัญมาก ถ้าพูดถึงข้อมูลแล้ว เราคงให้ความสำคัญอย่างมาก ดังนั้นเลยมีเทคโนโลยี่ RAID เพื่อช่วยป้องกัน Harddisk พัง ซึ่งจะทำให้มี Harddisk ที่พร้อมทำงานแทนตลอดเวลาเมื่อลูกใดลูกหนึ่งพัง ก็ไม่ต้องมานั่งกู้ข้อมูล Restore กันให้วุ่นวาย รวมถึง RAID ยังสามารถทำให้ประสิทธิภาพในการเรียกใช้งาน Harddisk ทำได้เร็วขึ้นด้วย ก็มีเช่นกัน ดังนั้นทำให้หลายองค์กรก็เลือกใช้ RAID เพื่อป้องกันข้อมูลที่สำคัญของตนเอง ไว้ผมจะเขียนเรื่อง RAID ให้ว่าแต่ละ RAID ต่างกันอย่างไรมันมีตั้งแต่ RAID 0,1,5,0+1,10 สารพัด RAID

Server Cooling System เคล็ดลับการรักษาประสิทธิภาพของเซิร์ฟเวอร์

เนื่อง จากเครื่องเซิร์ฟเวอร์เป็นอุปกรณ์ที่ต้องมีการทำงานอยู่ตลอดเวลา (24/7) และต้องการประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป อีกทั้งยังต้องสามารถรองรับการทำงานอย่างหนัก และมีความต่อเนื่องกันได้โดยไม่มีการหยุดพัก ด้วยเหตุนี้เองเครื่องเซิร์ฟเวอร์จึงมีโอกาสที่จะเกิดความร้อนสะสมได้มาก ขึ้นเรื่อยๆ ในระหว่างการประมวลผลการทำงาน ถ้าระบบระบายความร้อนของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับ การระบายความร้อนได้ดีพอแล้ว ย่อมจะส่งผลให้เครื่องเซิร์ฟเวอร์มีประสิทธิภาพการทำงานที่ต่ำลง และอาจทำให้เครื่องเซิร์ฟเวอร์ดาวน์ไม่สามารถทำงานต่อไปได้ นอกจากนั้นแล้วยังอาจมีผลทำให้อุปกรณ์ต่างๆ ในเครื่องเซิร์ฟเวอร์เกิดความเสียหาย หรือมีอายุการใช้งานที่สั้นลงได้

เครื่องเซิร์ฟเวอร์โดยทั่วไปมักจะพบ ปัญหาดังที่กล่าวมา เนื่องจากระบบระบายความร้อนที่เกินขึ้นภายในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้ถูกออก แบบมาเพื่อรองรับการทำงานอย่างถูกต้อง ทำให้เครื่องเซิร์ฟเวอร์มีอุณหภูมิที่สูง ส่งผลให้ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และไม่มีเสถียรภาพ ระบบระบายความร้อนภายในเซิร์ฟเวอร์จึงมีส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาที่เกิดจาก ระบบการระบายความร้อนแบบเดิมได้ เพื่อให้สามารถมั่นใจได้ว่าเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของคุณจะสามารถทำงานได้อย่าง เต็มประสิทธิภาพสูงสุด

นวัต กรรมของระบบระบายความร้อนแบบใหม่จะให้ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดี กว่าเดิม โดยช่วยให้ความร้อนที่เกิดขึ้นภายในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ถ่ายเทออกจากตัว เครื่องด้วยช่องทางที่แตกต่างและเป็นอิสระต่อกัน 3 ช่องทาง ซึ่งความร้อนที่เกิดขึ้นภายในตัวเครื่องเซิร์ฟเวอร์จะถูกระบายออกไปได้ มากกว่าและรวดเร็วกว่าเดิม เทคโนโลยีนี้จึงช่วยให้ความร้อนไม่ทำให้เกิดปัญหารบกวนประสิทธิภาพการทำงาน ของเครื่องเซิร์ฟเวอร์อีกต่อไป และที่พิเศษไปกว่านั้นในปัจจุบันผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์จะมีการพัฒนาเมนบอร์ดของ เครื่องเซิร์ฟเวอร์ให้มีเซนเซอร์ทำหน้าที่คอยตรวจจับอุณหภูมิ และแรงดันไฟฟ้าที่เกิดขึ้นบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ซึ่งจะช่วยให้ผู้ดูแลระบบ ทราบถึงความร้อนและความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ได้ตลอด เวลา เทคโนโลยีต่างๆเหล่านี้จึงช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของคุณ จะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเป็นหารลดความเสี่ยงในการเกิดเซิร์ฟเวอร์ดาวน์ เพื่อยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ภายในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ได้อีกทางหนึ่ง สำหรับรองรับการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งในธุรกิจของคุณ

ข้อมูลจาก http://www.vbc.co.th/

ประโยชน์ของการ Fix IP (Static)

IP address แบบ static เกิดขึ้นเมื่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแจก IP address ให้กับผู้ใช้แต่ละคนอย่างถาวร ทำให้ address เหล่านี้จะไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะใช้งานไปนานเท่าใด หรือ Connect ใหม่กี่ครั้งก็ตามจึงเหมาะสำหรับกลุ่ม Small Office/Home Office, SME หรือ ผู้ที่ต้องการมี IP Address เพื่อติดต่องานในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งรูปแบบการกำหนดดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบใดๆกับการใช้งานในปัจจุบันของ ลูกค้าและจะได้รับประโยชน์มากขึ้นดังนี้

- สามารถทำ Virtual Private Network เพื่อเชื่อมเครือข่ายส่วนบุคคลระยะไกล (VPN Server)
- สามารถจดโดเมน เพื่อตั้งเครื่อง Server เช่น Web Server, Mail Server หรือ Game Server ที่มี การใช้งานไม่มากนัก
- สามารถติดตั้งอุปกรณ์ เพื่อติดต่อสื่อสารระหว่างสาขา ด้วยโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (Voice Over IP)
- สามารถทำการควบคุมเครื่อง Server จากระยะไกลได้ เช่น Remote Desktop, กล้อง CCTV Server
- ไม่มีปัญหา IP ถูก BAN จาก Server ต่างประเทศ จากการกระทำของคนอื่น เนื่องจาก IP Address ไม่มีการเวียนกันใช้
- อื่น ๆไม่ว่าจะเป็น FTP Server , Steam วิทยุ Online และ Steam Video Onlineโดยทั้งหมดนี้ ผู้ใช้บริการสามารถให้บริการบุคคลภายนอก ในการติดต่อหรือสืบค้นข้อมูลโดยง่าย ผ่านทางชื่อ Domain Name หรือผ่าน Public IP address (ที่ Fix ให้)

ข้อมูลจาก http://www.i-san.net/