วิธีการเลือก Server
Web server
คือโปรแกรมที่อยู่และทำงานบนเครื่องฝั่ง Server (Host) ทำหน้าที่ในการรับคำสั่งจากการร้องขอของฝั่ง Client (โดยผ่านทาง Browser) และประมวลผลการทำงานจากการร้องขอดังกล่าว แล้วส่งข้อมูลกลับไปยังเครื่องของ Client ที่ร้องขอ
สรุปง่ายๆ ก็คือ Web server คือโปรแกรมที่คอยให้บริการแก่ Client ที่ร้องขอข้อมูลเข้ามาโดยผ่าน Browser
เว็บที่เขียนด้วย ASP นั้นจะทำงานได้ก็จะต้องมี Web server เป็นตัว Run อีกทีหนึ่ง ดังนั้นถ้าเราต้องการให้เครื่องของเราสามารถ Run ASP ได้เราจะต้องจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราให้เป็น Server โดยใช้โปรแกรม Web Server ดังที่กล่าวข้างต้น
ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณใช้ Window 95,98 หรือ Win Me Web server ที่คุณต้องใช้คือ Personal Web Server (PWS) แต่ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณใช้ Window NT,Window 2000 หรือ XP Web Server ที่ใช้คือ Internet Information Server (IIS)

สำหรับขั้นตอนการติดตั้ง Web server นั้นจะนำเสนอในครั้งหน้าครับ
บทความจากเว็บไซต์ aspchapter.com
PC กับ Server ต่างกันตรงไหน
อันนี้ต้องบอกว่า PC นั้นไม่มี และ Server ประกอบก็ไม่มีเช่นกัน เทคโนโลยี่ Server นั้นก้าวไกลมาก ถึงขนาดที่ Server บางรุ่น สามารถบอกให้คุณได้รู้ล่วงหน้าด้วยซ้ำว่าอุปกรณ์กำลังจะเสีย เสียชิ้นไหน เสียตัวที่เท่าไร ลองนึกภาพ หากคุณใส่ Memory ไปทั้งหมด 8 แถว แล้วเกิด Memory เสีย สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ถอดออกทีละแถว แล้วรันดูว่าอันไหนเสีย แต่เทคโนโลยี่ Server บางยี่ห้อ สามารถกดปุ่มใน board แล้วขึ้นไฟบอกได้เลยว่า Memory แถวไหนเสีย หรือหาก Harddisk กำลังเสีย วิ่งด้วยความเร็วผิด Speed ก็จะแจ้งเตือนที่หน้าเครื่องว่ากำลังจะเสีย สิ่งนี้คุณจะไม่พบได้เลยใน PC หรือแม้กระทั้ง Server ประกอบ จริงๆแล้ว Mainboard เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานทั้งหมดของคอมพิวเตอร์ ชื่อก็บอกอยู่ล่ะว่า Main ถามต่อไปว่าต่างกันขนาดนั้น คงต่างกันที่สถาปัตยกรรม Board Server ถูกออกแบบมาให้รันได้ตลอด 24 ชม แต่ PC ไม่ใช่อย่างนั้น ส่วน Slot ต่างๆก็จะแตกต่างกัน Server โดยส่วนใหญ่จะ Onboard พวกการ์ดจอ และก็เช่นกัน มักไม่มี Sound Card ทั้งที่เพราะส่วนใหญ่นำ Server ไว้ share file รัน application เลยไม่ค่อยฟังเสียงกัน คนที่ใช้งาน multimedia มากๆมักจะใช้ workstation มากกว่า Server บความแตกต่างด้านราคานั้น ผมเคยซื้อตัวประกอบ Mainboard PC จะอยู่ที่ 1,500 – 3,000 แต่ถ้า Server ราคามักจะเริ่มต้นที่ 10,000 บาทสำหรับ Mainboard นี่คือพวก Server ประกอบนะครับ แต่เดี๋ยวนี้ Brand name ก็ถูกกว่าประกอบได้
Power Supply นั้นเป็นส่วนสำคัญ ป็นระบบจ่ายไฟของทั้งระบบ สำหรับตัวนี้นั้นสำหรับ Server ก็เช่นกัน ถูกออกแบบมาให้เปิดใช้งานได้ตลอด 24 ชม เท่าที่ผมเคยซื้อ มันตัวนึงก็ 5 พันกว่าบาทได้ นี่แบบถูกๆเลยนะ แต่เราจะเห็นว่า Power Supply PC มันลูกละ 150 บาทได้มั้ง เห็นว่ามันต่างกัน แล้วผมเคยมีประสบการณ์ บางคนใช้ PC แล้ว Power Supply ไหม้ ส่งผลถึงข้อมูลระบบ มันละลายลงไปโดน mainboard ทำให้ harddisk พังข้อมูลพัง จบเลยงานนี้ ดังนั้นท่านต้องคิดแล้วล่ะว่าข้อมูลท่านสำคัญมากน้อยแค่ไหน
CPU นั้นต่างกันแน่นอน แต่ก็มี CPU ที่ไม่ต่างกันคือพวก CPU ตระกูล Pentium ทั้งหลาย บน Server กับ PC นั้นไม่ต่างกัน แต่สำหรับ Server เองที่อยู่ในระดับสูงนิดนึงก็จะมี XEON Processor เป็น Server ที่สำหรับ Server ใส่ได้ตั้งแต่ 2 ตัว 4 ตัว 8 ตัว 16 ตัว แล้วแต่ Mainboard จะเห็นว่าหากคุณรันงานหนักๆ คงไม่มีทางที่จะเอา CPU Pentium เพียงตัวเดียวมาทำงาน งานบางงานระดับ Software House ก็ใช้ Server ตัวนึงเป็นล้านๆ แต่ถามว่าแม้เป็นล้าน มันก็ทำงานได้หลายล้านเช่นกัน สรุปคือ CPU มีจำนวนที่ใส่ได้มากกว่า แล้วสามารถรองรับ Application ที่รันหนักๆได้อย่างดี
บางคนอาจจะ โห มันต่างกันด้วยเหรอ ต่างครับ Server จะใช้ Memory ที่เรียกว่า ECC Memory จะเป็น Memory ที่มีระบบป้องกันการส่งข้อมูลผิดพลาด อีกทั้ง Memory สำหรับบางยี่ห้อที่เป็น Chipkll คือเป็นเหมือน Mirror Memory เลยทีเดียว คือ หากคุณมี Memory 4 แถว เกิดพังไป 1 แถว ถ้าเป็น PC รันไปถึง Memory ตัวนั้นก็คงแฮงไปเลย แต่ Server ไม่พังคับ ก็ยังรันต่อไปได้ โดยไม่มีสะดุด้หรือ Harddisk นั้นแหละ ทำไมต่างกันนั้นเหรอ สำหรับ PC เราคงรู้จัก IDE กัน แล้วก็เดี๋ยวนี้คงเป็น Serial ATA (SATA) มาแทน IDE แต่สำหรับ Server นั้นจะสามารถใช้งาน SCSI ได้ ซึ่งเป็น Harddisk ที่ดีที่สุด ณ ตอนนี้ แล้วยังมีเทคโนโลยี่ใหม่เรียกว่า SAS (แซด) ฟังดูเศร้าๆ แต่ก็เป็นเทคโนโลยี่ของ SCSI ใหม่ที่ทำให้ทำงานได้เร็วขึ้นไปอีก
RAID หลายคนอาจจะฟังแล้วไม่คุ้น บางคนก็คงคุ้นเคย ใน PC นั้นไม่มี RAID แน่นอนทำให้เลยไม่คุ้นสักเท่าไร แต่ใน Server นั้น RAID มีความสำคัญมาก ถ้าพูดถึงข้อมูลแล้ว เราคงให้ความสำคัญอย่างมาก ดังนั้นเลยมีเทคโนโลยี่ RAID เพื่อช่วยป้องกัน Harddisk พัง ซึ่งจะทำให้มี Harddisk ที่พร้อมทำงานแทนตลอดเวลาเมื่อลูกใดลูกหนึ่งพัง ก็ไม่ต้องมานั่งกู้ข้อมูล Restore กันให้วุ่นวาย รวมถึง RAID ยังสามารถทำให้ประสิทธิภาพในการเรียกใช้งาน Harddisk ทำได้เร็วขึ้นด้วย ก็มีเช่นกัน ดังนั้นทำให้หลายองค์กรก็เลือกใช้ RAID เพื่อป้องกันข้อมูลที่สำคัญของตนเอง ไว้ผมจะเขียนเรื่อง RAID ให้ว่าแต่ละ RAID ต่างกันอย่างไรมันมีตั้งแต่ RAID 0,1,5,0+1,10 สารพัด RAID
Server Cooling System เคล็ดลับการรักษาประสิทธิภาพของเซิร์ฟเวอร์
เนื่อง จากเครื่องเซิร์ฟเวอร์เป็นอุปกรณ์ที่ต้องมีการทำงานอยู่ตลอดเวลา (24/7) และต้องการประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป อีกทั้งยังต้องสามารถรองรับการทำงานอย่างหนัก และมีความต่อเนื่องกันได้โดยไม่มีการหยุดพัก ด้วยเหตุนี้เองเครื่องเซิร์ฟเวอร์จึงมีโอกาสที่จะเกิดความร้อนสะสมได้มาก ขึ้นเรื่อยๆ ในระหว่างการประมวลผลการทำงาน ถ้าระบบระบายความร้อนของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับ การระบายความร้อนได้ดีพอแล้ว ย่อมจะส่งผลให้เครื่องเซิร์ฟเวอร์มีประสิทธิภาพการทำงานที่ต่ำลง และอาจทำให้เครื่องเซิร์ฟเวอร์ดาวน์ไม่สามารถทำงานต่อไปได้ นอกจากนั้นแล้วยังอาจมีผลทำให้อุปกรณ์ต่างๆ ในเครื่องเซิร์ฟเวอร์เกิดความเสียหาย หรือมีอายุการใช้งานที่สั้นลงได้
เครื่องเซิร์ฟเวอร์โดยทั่วไปมักจะพบ ปัญหาดังที่กล่าวมา เนื่องจากระบบระบายความร้อนที่เกินขึ้นภายในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้ถูกออก แบบมาเพื่อรองรับการทำงานอย่างถูกต้อง ทำให้เครื่องเซิร์ฟเวอร์มีอุณหภูมิที่สูง ส่งผลให้ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และไม่มีเสถียรภาพ ระบบระบายความร้อนภายในเซิร์ฟเวอร์จึงมีส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาที่เกิดจาก ระบบการระบายความร้อนแบบเดิมได้ เพื่อให้สามารถมั่นใจได้ว่าเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของคุณจะสามารถทำงานได้อย่าง เต็มประสิทธิภาพสูงสุด
นวัต กรรมของระบบระบายความร้อนแบบใหม่จะให้ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดี กว่าเดิม โดยช่วยให้ความร้อนที่เกิดขึ้นภายในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ถ่ายเทออกจากตัว เครื่องด้วยช่องทางที่แตกต่างและเป็นอิสระต่อกัน 3 ช่องทาง ซึ่งความร้อนที่เกิดขึ้นภายในตัวเครื่องเซิร์ฟเวอร์จะถูกระบายออกไปได้ มากกว่าและรวดเร็วกว่าเดิม เทคโนโลยีนี้จึงช่วยให้ความร้อนไม่ทำให้เกิดปัญหารบกวนประสิทธิภาพการทำงาน ของเครื่องเซิร์ฟเวอร์อีกต่อไป และที่พิเศษไปกว่านั้นในปัจจุบันผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์จะมีการพัฒนาเมนบอร์ดของ เครื่องเซิร์ฟเวอร์ให้มีเซนเซอร์ทำหน้าที่คอยตรวจจับอุณหภูมิ และแรงดันไฟฟ้าที่เกิดขึ้นบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ซึ่งจะช่วยให้ผู้ดูแลระบบ ทราบถึงความร้อนและความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ได้ตลอด เวลา เทคโนโลยีต่างๆเหล่านี้จึงช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของคุณ จะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเป็นหารลดความเสี่ยงในการเกิดเซิร์ฟเวอร์ดาวน์ เพื่อยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ภายในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ได้อีกทางหนึ่ง สำหรับรองรับการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งในธุรกิจของคุณ
ข้อมูลจาก http://www.vbc.co.th/
ประโยชน์ของการ Fix IP (Static)
IP address แบบ static เกิดขึ้นเมื่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแจก IP address ให้กับผู้ใช้แต่ละคนอย่างถาวร ทำให้ address เหล่านี้จะไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะใช้งานไปนานเท่าใด หรือ Connect ใหม่กี่ครั้งก็ตามจึงเหมาะสำหรับกลุ่ม Small Office/Home Office, SME หรือ ผู้ที่ต้องการมี IP Address เพื่อติดต่องานในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งรูปแบบการกำหนดดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบใดๆกับการใช้งานในปัจจุบันของ ลูกค้าและจะได้รับประโยชน์มากขึ้นดังนี้
- สามารถทำ Virtual Private Network เพื่อเชื่อมเครือข่ายส่วนบุคคลระยะไกล (VPN Server)
- สามารถจดโดเมน เพื่อตั้งเครื่อง Server เช่น Web Server, Mail Server หรือ Game Server ที่มี การใช้งานไม่มากนัก
- สามารถติดตั้งอุปกรณ์ เพื่อติดต่อสื่อสารระหว่างสาขา ด้วยโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (Voice Over IP)
- สามารถทำการควบคุมเครื่อง Server จากระยะไกลได้ เช่น Remote Desktop, กล้อง CCTV Server
- ไม่มีปัญหา IP ถูก BAN จาก Server ต่างประเทศ จากการกระทำของคนอื่น เนื่องจาก IP Address ไม่มีการเวียนกันใช้
- อื่น ๆไม่ว่าจะเป็น FTP Server , Steam วิทยุ Online และ Steam Video Onlineโดยทั้งหมดนี้ ผู้ใช้บริการสามารถให้บริการบุคคลภายนอก ในการติดต่อหรือสืบค้นข้อมูลโดยง่าย ผ่านทางชื่อ Domain Name หรือผ่าน Public IP address (ที่ Fix ให้)
ข้อมูลจาก http://www.i-san.net/